ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ค้นค้าสินค้า

ราคาสินค้า

  [Help]
dot
bulletของขวัญปีใหม่2562 ปี2019 ของขวัญปีหมู
bulletของขวัญตรุษจีน
จี้กังหัน แหวนกังหัน แชกงหมิว ฮ่องกง
bulletจี้กังหันฮ่องกง
bulletจี้กังหันทองคำขาว
bulletแหวนกังหันผู้หญิง
bulletแหวนกังหันผู้ชาย
bulletต่างหู กังหันนำโชค
bulletกำไลกังหัน
bulletแผ่นทองมงคล เรียกทรัพย์
bulletเทพเจ้ากวนอู
bulletเจ้าแม่กวนอิม
bulletพระสังกัจจายน์
bulletฮก ลก ซิ่ว
bulletเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย
bulletเทพซิ่ว เทพแห่งอายุยืน
bulletเจ้าแม่ทับทิม
ชินราช โสธร พระแก้ว หลวงปู่ทวด
bulletพระพุทธชินราช
bulletหลวงปู่ทวด
bulletพระแก้วมรกต
bulletหลวงพ่อโสธร
พระพิฆเนศ
ของขวัญแต่งงาน
dot
สัตว์มงคล สัตว์นำโชค มังกร ม้า คางคกสามขา ปลามงคล เสือ
dot
bulletมังกรมงคล
bulletปลามงคล
bulletม้ามงคล
bulletช้างมงคล
bulletคางคกสามขา ( เซียมซู )
bulletแมวกวักนำโชค
bulletปีเซี๊ยะ
bulletสิงห์คู่
bulletเต่ามังกร
bulletอินทรีย์
bulletหงส์มังกร
bulletปีลิง
bulletไก่มงคล
bulletนกกระเรียนคู่
dot
dot
bulletสับปะรด มงคล
bulletลูกท้อ
bulletก้อนทอง ถังทอง
bulletต้นไม้มงคล
bulletผักกาดมงคล
bulletกรอบรูปแผ่นทอง
bulletกรอบรูปทองทราย
ของขวัญรับปริญญา


ประวัติแชกงหมิว กังหัน วัดแชกงหมิว ฮ่องกง
รีวิววัดแชกงหมิว


ไหว้พระธาตุประจำปีเกิด article


จากความเชื่อ....
          ในสังคมไทย ความเชื่อเรื่องปีนักษัตรที่สัมพันธ์กับปีเกิดและการนับอายุของแต่ละคนเป็นที่รับรุ้กันแพร่หลาย ในแต่ละปีนักษัตรจึงกำหนดด้วยสัญลักษณ์เป็นสัตว์ประจำปีเกิด หรือที่เรียกว่า ๑๒ นักษัตร

          สำหรับในดินแดนภาคเหนือของไทย ความเชื่อเรื่องปีนักษัตรยังสัมพันธ์กับคติการบุชาพระบรมธาตุ ดังปรากฏเป็นประเพณีการชุธาตุหรือการไหว้พระธาตุประจำปีเกิด โดยครั้งหนึ่งในชีวิตควรมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนเพื่อความเป็นสิริมงคล ในคติล้านนาพระธาตุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำปีเกิด

คำว่า พระธาตุ 
          มีความหมายสองนัยคือ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และสถานที่หรือพระเจดีย์ที่มีพระบรมธาตุบรรจุ โดยแต่ละแห่งจะมีตำนานที่เล่ามูลเหตุการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งสัมพันธ์ กับการเสด็จโปรดสัตว์ของพระพุทธเจ้าในดินแดนต่าง ๆ สถานที่ที่มีพระบรมธาตุเจดีย์เหล่านี้มักจะกลายเป็นเมืองสำคัญในเวลาต่อมา

ลักษณะของพระบรมธาตุ
         ลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุที่บรรยายไว้ในตำนานมีลักษณะเหมือนถั่วแตก หรือข้าวสารหัก หรือเมล็ดพันธุ์ผักกาด กลมเกลี้ยงขนาดเท่าเม็ดพุทรา มีสีทองอุไร สีแก้วผลึก หรือแก้วมุกดา สีดอกพิกุล บางองค์มีรูทะลุได้

         ตามปกติจะบรรจุพระบรมธาตุไว้ใต้ฐานเจดีย์ หรือเรือนธาตุ โดยส่วนใหญ่ไม่สามารถนำออกมาได้ เว้นแต่พระธาตุศรีจอมทอง และนอกจากการบูชาพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าแล้ว ยังมีการบูชาพระธาตุของพระอรหันต์หรือพระสาวกด้วย


การบูชาพระธาตุ
          สมัยโบราณ มักจะบูชาพระบรมธาตุด้วยเครื่องหอมและข้าวตอกดอกไม้ ตามปกติแล้วจะสรงพระธาตุด้วยน้ำสะอาด อาจเจือด้วยน้ำหอม เนื่องจากองค์พระบรมธาตุส่วนใหญ่บรรจุอยู่ใต้ฐานพระเจดีย์ การสรงน้ำจึงกระทำโดยการราดน้ำไปบนองค์พระเจดีย์ พระธาตุบางองค์จะต้องใช้น้ำจากแหล่งพิเศษอย่างเช่นการสรงน้ำพระธาตุศรีจอม ทอง ใช้น้ำแม่กลางเจือด้วยน้ำหอมหรือแก่นจันทร์

           กล่าวได้ว่าคติการบูชาพระธาตุปีเกิดและตำนานที่เกี่ยวข้องสะท้อนถึงการแพร่กระจายของพุทธศาสนา ในดินแดนไทยมาแต่โบราณ นอกจากนี้การสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ยังสัมพันธ์กับการเกิดชุมชนเมืองต่าง ๆ อันก่อให้เกิดคติความเชื่อและวัฒนธรรมร่วมกันของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ โดยเฉพาะในภาคเหนือของไทยที่มีกลุ่มชนมากมายอาศัยอยู่ โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์และสิ่งสำคัญทางพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางแห่งจิตใจ         

          การเดินทางท่องเที่ยวไหว้พระธาตุปีเกิดมีความสะดวกเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพระธาตุส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในภาคเหนือ จึงสามารถจัดเส้นทางสำหรับไหว้พระธาตุในจังหวัดใกล้เคียงได้ เช่น เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง หรือเชียงราย-น่าน-แพร่ เป็นต้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้อิ่มใจในบุญกุศล ทว่ายังได้ชมศิลปะและสถาปัตยกรรมอันงดงามของแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย

พระธาตุประจำปีชวด วัดพระธาตุศรีจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่


       
พระบรมธาตุเจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่บนยอดดอยจอมทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนพระเศียรเบื้องขวา มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นคือ เป็นพระบรมธาตุที่มิได้ฝังใต้ดิน แต่ประดิษฐานอยู่ในกู่ภายในวิหาร สามารถอันเชิญมาสรงน้ำได้

          ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดอยนี้และทรงพยากรณ์ว่าที่นี่จะเป็นที่ ประดิษฐานพระทักขิณโมลีธาตุของพระองค์ในภายหน้า ต่อมาราวปี พ.ศ. ๑๙๙๕ นางเม็งและนายสอยได้พบพระบรมธาตุ จึงได้ก่อพระเจดีย์และสร้างเสนาสนะที่ดอยต้นทอง คนทั้งหลายจึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดจอมทอง ในสมัยพระเมืองแก้ว (พ.ศ. ๒๐๓๘-๒๐๖๘) กษัตริย์องค์ที่ ๑๔ แห่งราชวงศ์มังราย ได้สร้างวิหารจัตุรมุข ภายในมีมณฑปปราสาทเพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุ เจ้าเมืองเชียงใหม่หลายพระองค์ได้อันเชิญพระบรมธาตุศรีจอมทองไปยังเมืองเชียงใหม่ เพื่อทำการสักการะ โดยมีวัดต้นเกว๋นที่ อ.หางดง เป็นวัดที่หยุดพักขบวนแห่พระบรมธาตุเข้าเมือง

          ใน วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ และวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ มีพิธีแห่พระบรมธาตุไปบูชาข้าวที่อุโบสถและให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำ โดยจะมีการกล่าวบทอันเชิญ และใช้ช้อนทองคำเชิญพระธาตุจากผอบมาประดิษฐานในโกศแก้วที่ตั้งบนพานเงิน ตามธรรมเนียมเดิมควรนำน้ำจากน้ำแม่กลาง เจือน้ำหอมหรือแก่นจันทร์มาใช้สรง หรือจะเป็นน้ำสะอาดเจือของหอมก็ได้

โกศที่ประดิษฐานพระบรมธาตุมีทั้งหมด 5 ชั้น
ชั้นที่ 1 เป็นโกศเงินสัณฐานกลม 
ชั้นที่ 2 ภายในโกศเงินเป็นโกศทองเหลืองหล่อปิดทองสัณฐานกลม
ชั้นที่ 3 ภายในโกศทองเหลืองเป็นผะอบเงิน
ชั้นที่ 4 ภายในผะอบเงินเป็นผะอบทองคำลงยาประดับเพชร
ชั้นที่ 5 ภายในผะอบทองคำลงยาเป็นผะอบทองคำเกลี้ยงเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมธาตุส่วนทักษิณโมลีธาตุจอมพระเศียรเบื้องขวา 

คำบูชาพระธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
นะโมพุทธายะ นะมามิ ติโลกะโมลี โลหะกูเฏ ปะติฏฐิตัง ปูชิตัง สัพพะโลเกหิ
กิตติมันตัง มะโนหะลัง อะหังวันทามิ สัพพะทาฯ
อังคะวะหะเย ปุเรระมะเน โกวิลา ลัคคะปัพพะเต สะหิเหมะคูหา คัพเภ ทักขิณะโมลี ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะทาฯ

พระธาตุประจำปีฉลู วัดพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง

          วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองลำปาง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าและพระสาวกเสด็จถึงหมู่บ้านลัมภการีวัน ลัวะชื่ออ้ายคอนได้นำน้ำผึ้งใส่กระบอกไม้พางและมะพร้าวมาถวาย พระองค์ได้ทรงพยากรณ์ว่า ที่นี่จะมีนครชื่อ ลัมพาง และได้มอบพระเกศาธาตุให้ลัวะอ้ายคอนนำไปประดิษฐาน ภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระอรหันต์ได้นำพระธาตุหน้าผากและพระธาตุลำคอมาประดิษฐานที่นี่

          พระธาตุลำปางหลวงตั้งอยู่กลางเวียงโบราณ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเวียงทางศาสนาโดยเฉพาะภายในวัดมีสิ่งน่าชมมากมาย ได้แก่ วิหารพระพุทธ เป็นวิหารไม้แบบล้านนาที่ตกแต่งด้วยลายคำ คือลายทองบนพื้นแดง และภายในสามารถเห็นภาพเงาพระธาตุที่ลอดผ่านรูผนังปรากฏบนผืนผ้า วิหารน้ำแต้ม เป็นวิหารโถงมีภาพจิตรกรรมเก่าแก่ของล้านนา วิหารหลวง เป็นที่ประดิษฐานซุ้มพระเจ้าล้านทอง พระพุทธรูปองค์สำคัญของวัด และมีภาพจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ และชาดกที่เขียนในราวสมัยรัชกาลที่ ๕ หอพระพุทธบาท เป็นอีกแห่งที่ปรากฏภาพเงาพระธาตุ แต่ห้ามมิให้ผู้หญิงขึ้น และที่หอพระแก้ว ประดิษฐานพระแก้วจากวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระพุทธรูปคู่เมืองลำปาง

          องค์พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา ยอดฉัตรทำด้วยทองคำ องค์พระเจดีย์ภายนอกบุด้วยแผ่นทองเหลืองทองแดงติดทองคำเปลว เรียกว่าทองจังโก แผ่นโลหะเหล่านี้มีลายสลักดุลเป็นลวดลายประจำยามแบบต่าง ๆ ไม่ซ้ำกันแม้แต่แผ่นเดียว ภายในองค์พระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนพระนลาฏเบื้องขวา (หน้าผาก) และลำคอ บรรจุรวมกับพระเกศา

คำบูชาพระธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ยาปาตุภูตา อะตุลานุภาวาจีรัง ปะติฏฐาลัมภะ กัปปะปุเร เทเวนะคุตตา อุตตะราภิทัย ยานะมามิหันตัง วะระชินะธาตุง

UnSeen Thailand เงาพระธาตุหัวกลับ ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง 
อยู่ภายในซุ้มพระบาท ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระบาทของพระพุทธเจ้า ซึ่งเชื่อกันว่า พระองค์ได้เสด็จมาถึงที่นี่ ก่อนการสร้างพระธาตุฯ

พระธาตุประจำปีขาล วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่  

          พระธาตุช่อแฮตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ จากรูปแบบสถาปัตยกรรมภายในวัดบ่งบอกว่ามี อายุราว พ.ศ. ๑๙๐๐ แต่ตำนานพระธาตุได้เล่าประวัติอันเก่าแก่ว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงดอยโกสิยธชัคคะบรรพต และพบกับเจ้าลาวนามลัวะอ้ายค้อม เมื่อขุนลัวะทราบว่าเป็นพระพุทธเจ้าจึงนำภัตตาหารมาถวาย พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าที่นี่ต่อไปจะมีเมืองชื่อเมืองแพร่   
          
ในครั้งนั้นพระอรหันต์และพระยาอโศกที่เสด็จมาด้วยได้ทูลขอพระเกศาธาตุมอบให้ขุนลัวะ ไปบรรจุโกศแก้วแล้วนำไปไว้ในถ้ำด้านตะวันออกของดอยที่ประทับ และพระพุทธเจ้าทรงมีรับสั่งว่า หลังจากที่พระองค์ปรินิพพานแล้วให้นำพระธาตุข้อศอกข้างซ้ายมาประดิษฐานที่นี่

           นามของพระบรมธาตุเจดีย์นี้มีเรื่องเล่าว่า มาจากการที่ขุนลัวะนำผ้าแพรมารองรับพระเกศาธาตุ จึงมีชื่อว่า ช่อแพร และเพี้ยนเป็นช่อแฮ ในภายหลัง แต่บ้างก็ว่ามีชาวบ้านนำผ้าแพรอย่างดีมาผูกบูชาองค์พระธาตุ

          งานนมัสการพระธาตุจัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 4 ถึง 15 ค่ำ เดือน 4 เป็นงานประจำปีที่สำคัญของชาวเมืองแพร่ ในงานมีการแห่ตุงหลวงถวายแด่องค์พระธาตุและการแสดงมหรสพ

           องค์พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาด เล็ก เป็นเหลี่ยม รับกับส่วนฐานเหลี่ยมสูง มองดูคล้ายพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งครูบาศรีวิชัยเป็นผู้้ทำการบูรณะพระธาตุเจดีย์องค์นี้ โดยขยายส่วนฐานและต่อเติมส่วนยอดให้มีขนาดสูงขึ้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนข้อศอกซ้ายบน บรรจุรวมกับพระเกศา 

           การบูรณะพระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีขาล ซึ่งครูบาศรีวิชัยก็ได้เกิดในปีขาลนี้เช่นกัน เชื่อกันว่าได้กลายเป็นแบบอย่างให้คนล้านนานิยมทำบุญตามพระธาตุปีเกิดของตน เองอย่างแพร่หลาย

คำบูชาพระบรมธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
โกเสยยะ ธะชัคคะ ปัพพะเต สัตตะมะ โนรัมเม พุทธะเกสาธาตุ ปะติฆฐิตา อะหัง วันทามิ สัพพะทา อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส

พระธาตุประจำปีเถาะ วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน

   

        พระธาตุแช่แห้งตั้งอยู่บนยอดดอยขนาดเล็กนอกเมืองน่าน มีเรื่องราวเล่าว่า เมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์มาถึงภูเพียงแช่แห้ง และพบกับพระอมละราชและพระมเหสีที่มาสรงน้ำที่เดียวกับพระองค์สรงน้ำอยู่ พระอมละราชได้ถวายผ้าขาวให้พระพุทธเจ้าใช้สรงน้ำ แต่ผ้านั้นกลายเป็นทองคำ พระอานนท์จึงขอพระเกศาธาตุบรรจุในกระบอกไม้ซาง มอบให้พระอินทร์นำไปเก็บในอุโมงค์พร้อมผ้าทอง โดยพระอินทร์ได้ก่อพระเจดีย์สูง 7 ศอกไว้ด้านบน

          ต่อมาราว พ.ศ. 1896 สมัยพระยากานเมือง ได้ส่งช่างไปร่วมสร้างวัดหลวงที่สุโขทัย พระยาลือไทยจึงมอบพระธาตุ 7 พระองค์ และพระพิมพ์คำ พระพิมพ์เงินอย่างละ 20 องค์ ให้พระยากานเมือง ซึ่งได้นำไปบรรจุไว้ที่ภูเพียง และพบพระเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุและพระธาตุข้อมือข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า พระองค์จึงให้ทำอุโมงค์ประดิษฐานพระบรมธาตุใหม่ และก่อพระเจดีย์เป็นพระธาตุแช่แห้งคู่เมืองน่านมาจนทุกวันนี้   

          ในวันขึ้น 14-15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ทางวัดมีการจัดงานนมัสการพระธาตุแช่แห้งในงานมีมหรสพ การแห่ตุงถวายพระบรมธาตุ และการจุดบอกไฟถวายเป็นพุทธบูชาตามธรรมเนียมดั้งเดิม

องค์พระบรมธาตุเจดีย์ 
          เป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของเจดีย์สันนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพลมาจากพระธาตุหริภุญชัย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลือง ผสมทองแดง) โดยจะมีเจดีย์ขนาดเล็ก 4 องค์อยู่ที่ฐาน และยังมีที่มุมอีก 4 องค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่แปลกกว่าพระธาตุเจดีย์องค์อื่น ๆ ภายในพระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนกระดูกข้อมือซ้าย บรรจุรวมกับพระเกศา 
          ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน 

คำไหว้บูชาพระบรมธาต
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ยา ธาตุภูตา อะตุลา นันทะปุเร เทวานุภาเวนะ วะระธาตุเสฏฐัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา อะหัง วันทามิ ธาตุโย
 

 พระธาตุประจำปีมะโรง  วัดพระพุทธสิหิงค์ จ.เชียงใหม่

   

            พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ในตำนานสิหิงคนิทานและพงศาวดารโยนก เล่าประวัติว่า หลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไป 700 ปี พรเจ้าสีหลและกษัตริย์องค์อื่นใคร่ทอดพระเนตรรูปของพระพุทธเจ้า มีแต่พระยานาคที่เคยเห็นพระองค์ จึงแปลรูปเนรมิตตนเป็นรูปพระพุทธเจ้า พระเจ้าสีหลได้กระทำการบูชา 7 วัน 7 คืน และให้ช่างภาพถ่ายแบบพระพุทธรูปไว้ 

          ต่อมาพระร่วงแห่งสุโขทัยได้ยินกิตติศัพท์ของพระพุทธสิหิงค์ ใคร่จะได้บูชาจึงบอกกับพระเจ้าสิริธรรมแห่งเมืองนครศรีธรรมราช พระเจ้าสิริธรรมได้ส่งทูตไปขอจากลังกาอัญเชิญไปให้พระเจ้าสุโขทัย ต่อมาพระพุทธสิหิงค์ถูกอันเชิญไปยังเมืองสำคัญจนกระทั่งราวปี พ.ศ. 1983 เจ้ามหาพรหมได้อันเชิญพระพุทธสิหิงค์จากำแพงเพชรมาถวายพญาแสนเมืองมาแห่งเชียงใหม่ เดิมพญาแสนมืองมาจะให้อันเชิญไปประดิษฐานที่วัดบุปผาราม แต่เมื่อรถที่อัญเชิญมาถึงหน้าวัดลีเชียงพระ (ชื่อเดิมวัดพระสิงห์) รถเกิดติดขัดไม่สามารถชักลากไปได้ จึงให้ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ที่วัดนี้ ในปี พ.ศ. 2063 พระเมืองแก้วได้สร้างวิหารลายคำ เพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมสมัยรัชการที่ 5 เรื่องสังข์ทอง ฝีมือช่างล้านนา และเรื่องสุวรรณชาดก ฝีมือช่างภาคกลาง

           ในช่วงสงกรานต์ของทุกปี มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานบนบุษบก แห่แหนรอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำสักการะ  พระพุทธสิหิงค์หรือพระสิงห์ ประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำ ทางด้านทิศใต้ของพระธาตุเจดีย์ 

         องค์พระธาตุวัดพระสิงห์ เป็นเจดีย์สีขาว ซึ่งน่า จะได้รับแนวความคิดในการสร้างจากศิลปะพม่าที่นิยมสร้างกันมาตั้งแต่สมัย พุกาม โดยสื่อให้เห็นถึงเขาไกรลาศที่สูงใหญ่ ที่ยอดเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี และเป็นภูเขาที่มีความสำคัญเทียบได้กับเขาพระสุเมรุเช่นกัน

คำไหว้บูชาพระสิงห์
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
นะมามิ สิหิงคะพิมพัง สุวัณณาริรัมมัง ลังกาชาตัง โสภา ภิโสภัง สะราภิกันตัง นะมามิหัง

คำไหว้บูชาพระธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
นะมามิ พิมพาสุขนาทิปูชัง สุรูปธารัง ติวาภิรัมมัง ติโลกะเชฏะฐัง วะระกิตติมันตัง ภะสิหะคะสุขัง อะหัง วันทามิ ทุระโต
 

พระธาตุประจำปีมะเส็ง  วัดพระศรีมหาโพธิหรือต้นโพธิ์ จ.เชียงใหม่ 

          
        พระศรีมหาโพธิ์เป็นต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นที่ประทับและตรัสรู้สัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า ณ พุทธคยา สำหรับชาวล้านนายังมีความเชื่อว่าต้นโพธิ์เป็นไม้ศักด์สิทธิ์ ช่วยขจัดความทุกข์ได้ จึงมีประเพณีถวายไม้ค้ำโพธิ์และเครื่องประกอบพิธีกรรมใต้ต้นโพธิ์

          สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเส็งที่มีพระศรีมหาโพธิที่พุทธคยาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำปีเกิด สามารถบูชาต้นโพธิ์ตามวัดแทนได้ โดยที่วัดมหาโพธาราม เชียงใหม่นี้ เป็นวัดสำคัญที่มีการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก และพระเจ้าติโลกราชผู้สร้างวัด ทรงให้นำต้นโพธิ์จากลังกามาปลูก พร้อมทั้งจำลองสัตตมหาสถาน คือสถานที่ ๗ แห่งที่พระพุทธเจ้าได้เสวยวิมุตติสุขก่อนเผยแผ่ศาสนา ได้แก่

          • ปฐมโพธิบัลลังก์ คือต้นโพธิ์ที่ประทับตรัสรู้
          • อนิมิตเจดีย์ คือที่ที่พระพุทธเจ้าประทับทอดพระเนตรต้นโพธิ์หลังตรัสรู้
          • รัตนจงกลมเจดีย์ คือที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จเดินจงกลม ๗ วัน
          • รัตนฆรเจดีย์ คือที่ที่พระพุทธเจ้าพิจารณาพระอภิธรรม
          • อชปาลนิโครธเจดีย์ คือต้นไทรที่พระพุทธเจ้าประทับ
          • มุจลินทเจดีย์ คือที่ที่พระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นจิก ใกล้สระมุจลินท์
          • ราชายตนเจดีย์ คือต้นเกดที่พระพุทธเจ้าประทับ


       
ที่สำคัญคือพระเจดีย์ประธานของวัดที่จำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยา มีลายปูนปั้นรูปเทวดาซึ่งงดงามมากที่ผนังด้านนอกของห้องคูหาส่วนฐานพระเจดีย์

          ต้นพระศรีมหาโพธิ์ อยู่ในวัดมหาโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอด ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถือเป็นสัญลักษณ์ของของตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และถือเป็น "เจดีย์" ของผู้ที่เกิดปีมะเส็ง   

          โดยทั่วไปชาวล้านนาที่ไม่ได้เกิดปีมะเส็ง ก็มีประเพณีการบูชาต้นโพธิ์เช่นกัน โดยเชื่อว่าการปลูก กราบไหว้ แบำรุงรักษาต้นโพธิ์ จะทำให้ไม่ตกไปสู่ความชั่ว มีความสุขความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา จึงมีประเพณีการ "ค้ำโพธิ์" ด้วยการถวายไม้ค้ำกิ่งโพธิ์ เพื่อคำยันให้ต้นโพธิ์ยืนต้นได้นาน เป็นการต่ออายุเป็นประจำทุกปี 
คำไหว้บูชาพระศรีมหาโพธิ์

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ปะ ฐะมัง โพธิปัลลังกัง ทุติยัง อนิมัสสะกัง ตะติยัง จังกะมะเสฏฐัง จตุตกัง ระตะนะฆะรัง ปัญจะมัง อะชะปาละนิโคธัง ฉัฏฐังราชายะตะนัง สัตตะมัง มุจจะสิทัง อะหัง วันทามิ ทูระโต

 พระธาตุประจำปีมะเมีย  พระธาตุชเวดากอง พม่า สมารถนมัสการพระธาตุเมืองตาก จ.ตาก

 
            
               

         สามารถเดินทางไปนมัสการพระบรมธาตุเมืองตากแทนพระธาตุชเวดากองที่ประเทศพม่า ได้ เนื่องจากเป็นพระเจดีย์ที่พระครูพิทักษ์ (ทองอยู่) ได้จำลองแบบมาจากพระธาตุชเวดากองโดยครอบพระธาตุเจดีย์องค์เดิมไว้

           ในตำนานพระเจ้าเลียบโลกได้กล่าวถึงความเป็นมาของพระบรมธาตุเจดีย์ที่วัดนี้ว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาเมืองตากจนมาถึงดอยมหิยังคะที่ร่มรื่น และทรงมอบพระเกศาให้พระอรหันต์ พร้อมทั้งรับสั่งว่าหลังจากที่เสด็จปรินิพพานแล้วให้นำพระเกศาธาตุมาบรรจุไว้ที่นี่ พระบรมธาตุเจดีย์เมืองตากจึงเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุ

           ในวันขึ้น 14 และ 15 ค่ำ เดือน 7 (ปลายเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน) ของทุกปี จะมีงานพิธีสมโภชและสักการะพระบรมธาตุ เรียกว่า งานประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า

          พระเจดีย์ชเวดากอง มีความสูง 99 เมตร ยอดบนสุดของพระเจดีย์ ประดับด้วยทองคำทำเป็นทรงกลม ตกแต่งด้วยอัญมณี ถือกันว่าเป็นเครื่องหมายแห่ง "พระนิพพาน" หรือการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

          ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไปไหว้พระเจดีย์ชเวดากององค์จริงได้ มักจะเดินทางไปไหว้พระบรมธาตุบ้านตาก ใน จ.ตากแทน ซึ่งตำนานของพระบรมธาตุบ้านตากมีอยู่ว่า หลังจากที่พระพุทธเจ้านิพพานแล้ว พระอรหันต์ได้นำพระเกศาธาตุมาประดิษฐานที่นี่ 4 องค์ ต่อมาอดีตเจ้าอาวาสได้ทำการบูรณะพระธาตุเจดีย์องค์เดิม เปลี่ยนให้มีรูปแบบเช่นเดียวกับพระเจดีย์ชเวดากอง

คำไหว้บูชาพระธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ชัม พูทีเป วะระฐาเน สิงคุตตะเร มะโนรัมเ สัตตะระ ตะนะปะฐะมัง กะกุสัสธัง สุวัณณะทัณฑัง ธาตุโย ฐัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะกะระณัง ธาตุโย ฐัสสะติ ตะติยังปิ กัสสะปัง พุทะจีระรัง ธาตุโย ฐัสสะติ จะตุตภัง โคตะมะ อัฏฐเกสะ ธาตุโย ฐัสสะติ

พระธาตุประจำปีมะแม  พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ 

  
       พระธาตุดอยสุเทพตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ การประดิษฐานพระบรมธาตุเจดีย์บนเขาศักดิ์สิทธิ์ของเมืองมีขึ้นราวปี พ.ศ. 1916 สมัยพญากือนา (พ.ศ.1898-1928) ในยุคทองของล้านนา พระองค์ได้อาราธนาพระสุมนเถระจึงอันเชิญพระบรมธาตุที่พบเมืองปางจามาด้วย

          พระบรมธาตุนี้ได้ทำปาฏิหาริย์แยกเป็นสององค์ องค์หนึ่งประดิษฐานที่วัดบุปผารามอีกองค์หนึ่งพญากือนาได้อาราธนาสถิตเหนือช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายที่ประดิษฐาน ช้างมงคลเดินขึ้นมาถึงยอดดอยสุเทพ แล้วร้องสามครั้ง ทำทักษิณาวรรตสามรอบ และล้ม (ตาย) ลง ภายหลังอัญเชิญพระบรมธาตุลงมา พญากือนาให้ขุดหลุมประดิษฐานพระบรมธาตุและก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ต่อมาปี พ.ศ. 2081 สมัยพระเมืองเกษเกล้า ได้ก่อเป็นพระเจดีย์สูงใหญ่สีทองเช่นทุกวันนี้

          มีความเชื่อว่าหากบูชาพระธาตุในทิศทั้งสี่แล้วจะทำให้มีสติปัญญาดี สมัยก่อนในวันวิสาขบูชามีประเพณีการขึ้นพระธาตุ โดยชาวบ้านจะเดินลัดเลาะป่าขึ้นสู่องค์พระธาตุ

          พระบรมธาตุได้ถูกบรรจุไว้ใต้ พระธาตุเจดีย์ บนดอยสุเทพ ซึ่งเมื่อมีการบรรจุพระบรมธาตุแล้ว พระบรมธาตุได้แผ่ความเป็นมงคลจากองค์พระบรมธาตุไปจนทั่วทั้งเมือง ดังนั้น พระบรมธาตุจึงถือเป็นที่มาของความอุดมสมบูรณืของบ้านเมือง ทำให้ต้องมีการกราบไหว้บูชาและบูรณะพระธาตุดอยสุเทพมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย

          อนุสาวรีย์ช้าง สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงช้างที่อัญเชิญพระบรมธาตุขึ้นมายังดอยสุเทพ ตำนานเล่าว่าเมื่อช้างมงคลมาถึงสถานที่อันควร ได้เดินวน 3 รอบ แล้วคุกเข่าลง หลังจากอัญเชิญพระบรมธาตุลงจากหลังช้างแล้ว ช้างมงคลก็ไปเกิดบนสวรรค์ทันที 

คำไหว้บูชาพระธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

ทิศเหนือ
ปัญญะวา อัสมิงเยวะ จันทิมา อิวะธารยัง ปีฏะกัตตะเย สาสนะนีย์ ยานิเกติฯ

ทิศใต้
ปะฐะมัง อุปัชฌัง คาหาเปตวา ปัตตะจีวรัง ยัง ยัง ชาตัง สังฆมัชเฌ ปุจฉา สุวาหฯ

ทิศตะวันออก
โมกขะปะฐะมะวะรัง อะปายะนิวาระณัง อะระหัง สัคคะโสปาณังฯ

ทิศตะวันตก
สุวัณณะเจติยัง เกสาวะระมัตถุลุงคัง วะรัญญะธาตุง สุเทวะนามะกัง นะระ

พระธาตุประจำปีวอก  พระธาตุพนม จ.นครพนม

          
       พระธาตุพนม พระบรมธาตุเจดีย์องค์สำคัญ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนสองฝั่งโขง บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระมหากัสสปะเถระได้นำมาประดิษฐานไว้บนภูกำพร้า

          ตามตำนานว่าก่อสร้างโดยกษัตริย์ห้าองค์คือ พระยาจุฬณีพรหมทัต พระยานันทเสน พระยาอินทปัต พระยาคำแดง และพระยาสุวรรณภิงคาร พร้อมไพร่พล ในส่วนลวดลายที่เรือนธาตุนั้นตำนานเล่าว่าตกแต่งโดยพระอินทร์และเหล่าเทวดา มีแผ่นอิฐที่จำหลักลวดลายเป็นภาพกษัตริย์โบราณ ฝีมือช่างพื้นบ้าน ศิลปะสมัยทวารวดี หรือพุทธศตวรรษที่ 13-15 นับว่าเป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่เก่าแก่ของภาคอีสาน

          พระธาตุพนมได้รับการบูรณะและอุปถัมภ์โดยกษัตริย์แห้งล้านช้าง ในสมัย พ.ศ. 2223-2225 พระครูโพนเสม็ด (ญาคูขี้หอม) นำราษฎรจากเวียงจันทร์ 3,000 คนมาปฏิสังขรณ์พระธาตุให้สูงขึ้น และเป็นรูปแบบที่นิยมในอีสาน ต่อมาทางรัฐบาลได้บูรณะให้สูงขึ้นอีกเมื่อ พ.ศ. 2483 แต่ในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เกิดฝนตกหนักและพระธาตุพนมได้ทรุดพังทลายลง แต่ก็ได้รับการบูรณะโดยภาครัฐและเอกชนเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2522

          ในเขตวัดมีบ่อน้ำพระอินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดของบ่อน้ำที่ใช้น้ำมาเสกน้ำพระพุทธมนต์ในพระราชพิธีบรม ราชาภิเษกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน งานนมัสการพระธาตุพนมจัดขึ้นทุกปีในวันขึ้น 10   ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3

พระธาตุพนม องค์ปัจจุบัน สร้างขึ้นแทนองค์เดิมที่พังลงในปี 2518 โดยสร้างตามรูปแบบเจดีย์ที่เกิดจากการต่อเติมครั้งล่าสุดในปี 2483 รอบพระธาตุมีแท่งหินปักไว้ทั้ง 4 ทิศ รวมถึงภาพสลักทั้ง 4 ด้านที่อยู่บริเวณฐานของพระธาตุ ซึ่งแต่เดิมเป็นลายพันธุ์พฤกษา แทรกด้วยลายสำคัญคือนักรบหรือกษัตริย์ทรงช้าง ม้าออกล่าสัตว์ แต่ลวดลายดังกล่าวได้เสียหายไปกว่าครึ่งจากการพังทลายของพระธาตุพนม

          พระธาตุพนม ขณะที่พังลงได้ถูกหักออกเป็น 3 ตอน ตอนแรกคือส่วนดั้งเดิม ตอนกลางเป็นส่วนที่บูรณะในสมัยพระครูโพนเสม็ก ตอนที่สามเป็นส่วนที่ต่อเติมในปี 2483 

          ได้มีการพบบริเวณส่วนกลางของ พระธาตุพนมเป็นกล่องสำริดสำหรับใส่ผะอบ ซึ่งพบว่าซ้อนกันอยู่ถึง 6 ชั้น โดยผะอบชั้นในสุดได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้

คำไหว้บูชาพระบรมธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ปุ ริมายะ ทักขิณายะ ปัจฉิมายะ อุตตะรายะ เหฏฐิมายะ อุปะริมายะ ทิสายะ กะปะณะศิริสะมิง ปันพะเตมะหากัสสะเปนะฐาปิตัง พุทธะอุรังคะ ธาตุง สิระสา นะมามิฯ เสตฉัตตัง สุวัณณะระชะตัง ระตะนัง ปะณีตัง พุทะอุรังคะ เจติยัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา

พระธาตุประจำปีระกา  พระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน 

 

          พระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นพระธาตุคู่เมืองลำพูนมาแต่โบราณ มีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมายังชัยภูมิของชาวเม็ง ทรงหยุดประทับนั่ง ณ สถานที่หนึ่ง พระญาชมพูนาคราชและพระญากาเผือกได้มาอุปัฏฐาก และมีชาวลัวะผู้หนึ่งนำลูกสมอมาถวายพระองค์ทรงมีพุทธพยากรณ์ว่าที่นี่ในอนาคตจะเป็น "นครหริภุญชัยบุรี" เป็นที่ประดิษฐาน "พระสุวรรณเจดีย์" ซึ่งบรรจุธาตุกระหม่อม ธาตุกระดูก ธาตุกระดูกนิ้วมือและธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง

          ในครั้งนั้นพระญาทั้งสองได้ทูลขอพระเกศาธาตุ นำไปบรรจุในกระบอกไม้รวกและโกศแก้วใหญ่ ไว้ในถ้ำใต้ที่ประทับ ต่อมาในสมัยพระญาอาทิตยราช ผู้ครองเมืองหริภุญชัย (ราว พ.ศ. 1420) ได้เสด็จลงห้องพระบังคน แต่มีกาขัดขวางมิให้เข้า ภายหลังทรงทราบว่าที่แห่งนั้นเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ จึงทรงให้รื้อวังและขุดพระบรมธาตุมาบรรจุโกศทองคำ และสร้างมณฑปปราสาทเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุหริภุญชัยได้รับการบูรณะเรื่อยมา โดยพระเจดีย์องค์ปัจจุบันบูรณะในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ เมื่อ 500 กว่าปีมาแล้ว

          ภายในวัดยังมี พระสุวรรณเจดีย์ เจดีย์ยุคแรกในศิลปะหริภุญชัย เจดีย์เชียงยัน เจดีย์เก่าแก่ทรงปราสาทห้ายอด และหอระฆัง ที่แขวนกังสดาลใหญ่ เป็นต้น

          ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี จะมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย น้ำที่นำมาสรงองค์พระธาตุนี้จะต้องนำมาจากบ่อน้ำทิพย์บนยอดดอยขะม้อที่อยู่ นอกเมือง ตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ

           องค์พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมธาตุ ซึ่งแต่เดิมถูกเก็บรักษาไว้ในกระบอกไม้รวกและใส่ไว้ในโกศแก้วอีกชั้นหนึ่ง ต่อมากษัตริย์ผู้ครองนครลำพูนทุกพระองค์ ก็ได้บูรณะและพัฒนาขึ้นตามลำดับ โดยเปลี่ยนจากโกศแก้วเป็นโกศทอง และเปลี่ยนเป็นมณฑป จนในที่สุดเป็นเจดีย์และได้ขยายขนาดของเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสูงถึง 25 วาครึ่ง กว้าง 12 วาครึ่ง 

คำไหว้บูชาพระบรมธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
สุ วัณณะเจติยัง หะริภุญชะยัฏฐัง วะระโมลีธารัง อุรัฏฐิเสฏฐังสะหะอังคุลิฏฐิง กัจจายะเนนา นิตะปัตตัปปะรัง สีเสนะ มัยหังปะระมามิ ธาตุง อะหัง วันทามิ สัพพะทา 

พระธาตุประจำปีจอ  พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ใช้เจดีย์วัดเกตุการาม จ.เชียงใหม่ แทน

        สำหรับผู้ที่เกิดปีจอพระธาตุประจำปีเกิดคือพระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งตามพุทธประวัติกล่าวไว้ว่าประดิษฐานพระทันตธาตุที่พระอินทร์นำมาจากพระบรมธาตุที่โทณพราหมณ์ได้แอบซ่อนไว้ เมื่อครั้งมีการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าให้เจ้าเมืองต่าง ๆ


          ด้วยเหตุที่พระธาตุเจดีย์องค์นี้มนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปถึงได้ ดังนั้นนอกจากนมัสการด้วยการบูชารูปแล้ว ยังสามารถบูชาพระเจดีย์ที่วัดเกตการาม เชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อพ้องกับพระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์

          วัดนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ในเขตย่านการค้าของชาวต่างชาติ ตามประวัติว่าสร้างโดยพญาสามฝั่งแกน เมื่อ พ.ศ.1971 แต่พระเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ. 2121 พระสุทโธรับสั่งให้สร้างขึ้นใหม่ให้เป็นเจดีย์ทรงลังกาแบบล้านนา นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระวิหารใหญ่ที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ และพิพิธภัณฑ์เก็บของใช้พื้นบ้านให้ชม (เปิด 08.00 – 16.00 น.)

เจดีย์จุฬามณี ประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นสวรรค์ที่อยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ เป็นเจดีย์ที่บรรจุเครื่องทรงและพระเมาฬีของเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งทรงสละทิ้งเมื่อคราวออกผนวช และยังเป็นที่เก็บรักษาพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธองค์ หลังการถวายพระเพลิงพระบรมศพอีกด้วย

          เมื่อเจดีย์จุฬามณีเป็นเจดีย์ ที่อยู่ไกลถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จึงมีการสมมติให้เจดีย์องค์หนึ่งในประเทศพม่าเป็นที่กราบไหว้แทน โดยมีตำนานเล่าว่าพระอินทร์เป็นผู้นำลามาแขวนไว้ริมหน้าผาให้ผู้คนบูชา คนไทยจึงเรียกเจดีย์องค์นี้ว่า "พระธาตุอินทร์แขวน" 

          พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่บนก้อนหินสูง 5.5 เมตร ใต้พระเจดีย์ี่เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุ โดยอนุญาตให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่จะข้ามเข้าไปกราบและปิดทองถึงองค์พระ ธาตุได้ 

         เจดีย์วัดเกตุการาม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถูกกำหนดให้เป็นองค์แทนเจดีย์จุฬามณีอีกองค์หนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นการสะดวกในการเดินทางเพื่อกราบไหว้แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ชื่อของวัดเสียงเหมือนคำว่า "เกศ" แก้วจุฬามณี   การลอยโคม ก็เป็นการบูชาพระเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์อีกวิธีหนึ่งของชาวล้านนา

คำไหว้บูชาพระบรมธาตุ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ตาวะติงสายะ ปุรัมเม เกสะจุฬามะณี สะรีระปัพพะเต ปูชิตา สัพพะเทวานัง ตังสิระสา ธาตุอุตตะมัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา

พระธาตุประจำปีกุน  พระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย

          พระบรมธาตุดอยตุง ตั้งอยู่บนดอยสูงซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขา ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ดังที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้

          ก่อนที่จะสร้างพระเจ้าอชุตราชให้ทำทุง (ตุง) มีความยาว 1,000 วาปักบนยอดเขาหากทุงปลิวไปถึงที่ใดก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำให้พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ 500 ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยพญามังรายพระมหาวชิรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย ๕๐ องค์ พญามังรายจึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ใกล้กับเจดีย์องค์เดิม

          บางตำนานว่าที่มาชื่อดอยตุงเนื่องจากพระมหากัสสปะได้อธิษฐานตุงยาว 7,000  วาไว้ที่ยอดดอยแห่งนี้ พระบรมธาตุดอยตุงได้รับการบูรณะหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2513 ได้บูรณะเป็นเจดีย์ทรงปราสาททององค์ปัจจุบัน

          พระบรมธาตุดอยตุงเป็นที่เคารพสักการะของชาวล้านนา ไทใหญ่ หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ ทุกปีจะมีงานนมัสการพระบรมธาตุในวันเพ็ญเดือน 3 

          องค์พระบรมธาตุเจดีย์ มี อยู่ 2 องค์ โดยมีเรื่องเล่าว่าได้มีการนำพระบรมธาตุมาบรรจุที่ดอยตุงถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้งก็จะมีการก่อเจดีย์ขึ้นด้วย แต่มีเพียง 2 องค์เท่านั้นที่ได้รับการบูรณะและอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพระเจดีย์ทั้ง 2 องค์นี้เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมธาตุส่วนไหปลาร้า และพระธาตุย่อย 

          แต่เดิมดอยตุงมีชื่อว่า "ดอยปู่เจ้า" เมื่อพระพุทธเจ้านิพพาน พระมหากัสสปได้อธิษฐานให้มี "ตุง" หรือธง 7 สี ยาว 7 พันวา กว้าง 5 พันวา มาปักไว้เพื่อบูชาพระบรมธาตุ ด้วยเหตุที่ตุงมีขนาดใหญ่ ผู้คนจึงมองเห็นได้แต่ไกล จึงพากันเรียกดอยแห่งนี้ใหม่ว่า "ดอยตุง" พระธาตุดอยตุง ถูกกำหนดให้เป็นพระธาตุเจดีย์ของผู้ที่เกิดปีกุญ เนื่องเพราะปู่เจ้าลาวจกและพระยามังราย ต้นวงศ์กษัตริย์เชียงใหม่ต่างก็ประสูติใน "ปีกุน" หลุมตุง อยู่ใกล้ ๆ กับพระธาตุดอยตุง เป็นหลุมสำหรับปักตุงของพระมหากัสสป ปัจจุบันได้รับการดูแลอย่างดี มีการกั้นรั้วล้อมไว้เป็นสัดส่วน 

คำไหว้บูชาพระบรมธาตุ
นโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
พิมพา ธะชัคคะ ปัพพะเต นะจุฬาธาตุ จิรงมะหาคะมานะ มามิหัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา

 

เพราะเหตุใด พระธาตุประจำปีเกิดจึงต้องอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ?
         ใน สมัยก่อน อาณาจักรล้านนา ล้านช้าง และพม่า ต่างเป็นแว่นแคว้นข้างเคียงที่มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกันมาก่อน การกำหนดให้มีการไหว้พระธาตุประจำปีเกิด จึงเป็นกลไกอย่างหนึ่งของการเดินทางติดต่อกันทำให้คนแต่ละเมืองที่อยู่ในเขต วัฒนธรรมเดียวกัน มีความสัมพันธ์ไปมาหาสู่กันได้อย่างใกล้ชิดขึ้น 

         หลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พุทธศาสนิกชนต่างก็ให้ความสำคัญต่อ พระบรมสารีริกธาตุ หรือ กระดูกของพระพุทธเจ้า ซึ่งมักจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า พระบรมธาตุ หรือ พระธาตุ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก เป็นเศษส่วนจากพระวรกายที่เหลืออยู่ไม่มากนัก จึงทำให้ต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
         ใน สมัยโบราณ มีการประดิษฐานพระบรมธาตุไว้ใต้เนินดินรูปครึ่งวงกลม แล้วปักฉัตรไว้ด้านบน เพื่อยกย่องและแสดงเกียรติยศของผู้ตายตามธรรมเนียมอินเดียโบราณ ต่อมาในสมัยพระเจ้าอโศก ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดและแจกจ่ายพระบรมสารีริกธาตุออกไปบูชายังเมืองต่าง ๆ ทำให้มีการสร้างสถูปบรรจุพระบรมธาตุขึ้นทั่วไป โดยมีรูปแบบแตกต่างกันไปในแต่ละ้ท้องถิ่น
         สถูป เจดีย์สำคัญของบ้านเมืองต่าง ๆ ล้วนได้รับการอธิบายว่าเป็นสถานที่บรรจุพระบรมธาตุ ฉะนั้นบางครั้งจึงนิยมเรียกสถูปเจดีย์เหล่านั้นว่า พระธาตุ ซึ่งหมายถึง พระบรมธาตุซึ่งบรรจุอยู่ภายในสถูปเจดีย์นั่นเอง
         ดังนั้น การไหว้สถูปเจดีย์ ไม่ว่าจะมีรูปทรงงดงามแปลกพิศดารเพียงใดก็ตาม แต่หัวใจของการไหว้ที่แท้จริงแล้ว ก็คือ การกราบ พระบรมสารีริกธาตุ ของ พระพุทธเจ้าที่บรรจุอยู่ภายในสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น ดังนั้น การสักการะจึงควรกระทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลศตัณหา และที่สำคัญ ต้องระลึกเสมอว่า พระบรมธาตุไม่ใช่ผู้บันดาลสิ่งต่าง ๆ จึงไม่ควรขอสิ่งใดนอกจากสวัสดิมงคล
ทำไมต้องห้ามผู้หญิงขึ้นบริเวณรอบพระธาตุเจดีย์ 
         เนื่อง จากในสมัยโบราณนิยมบรรจุพระบรมธาตุไว้ในกรุที่อยู่ใต้เจดีย์ เมื่อมีความเชื่อว่าผู้หญิงเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์จากการมีรอบเดือน ทำให้มีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงอยู่เหนือพระบรมธาตุ แม้ในระยะผิวดินด้านบนก็ตาม ไม่เช่นนั้น จะทำให้พระบรมธาตุเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์และไม่แสดงปาฏิหาริย์อีกต่อไป
         การ ห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้นไปบริเวณรอบพระธาตุเจดีย์นั้น เป็นข้อปฏิบัติที่เข้าใจกันดีในหมู่ชาวล้านนา ป้ายที่ติดไว้ตามศาสนสถานสำคัญ ๆ ของชาวล้านนา จึงมีไว้เตือนคนต่างถิ่นให้ทราบและปฏิบัติตาม 

 




บทความที่น่าสนใจ

วิธีวัดขนาดนิ้ว
รีวิวการเดินทางไปวัดแชกงหมิว ฮ่องกง
ประวัติเทพเจ้าจีน
ความหมายสินค้ามงคลจีน
จี้กังหันแชกงหมิว จี้กังหันนำโชคจากฮ่องกง เสริมโชคลาภ article
วัตถุเสริมดวงชะตาปี 2557 ปีมะเมีย ปีที่ชง คือ ปีมะเมีย , ปีชวด , ปีเถาะ , ปีระกา
แก้ปีชงปี2557ปีมะเมีย
เสริมดวงปี2557 เคล็ดลับ ตามปีนักษัตร article
ปีชง2557และการไหว้พระเสริมบารมีของปีนักษัตรทั้ง 12 ราศี
วิธีแก้ปีชง 2557 article
เสริมดวงชะตาปี2556 เคล็ดลับสร้างมงคล
ตรุษจีน 2556 แนะ8สิ่งดีๆที่ควรทำในวันตรุษจีน
เสริมดวงปี2555 ตามหลักนักษัตรจีน article
วัตถุมงคลช่วยเสริมดวงตามปีเกิด ในปี2555 ปีมังกร article
ปีชง2555 วิธีแก้ปีชง เสริมดวงชะตา article
ไหว้พระขอพร9วัด เสริมดวงปี 2555 article
สีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด article
ไหว้พระธาตุประจำวันเกิด
ดูดวงปี54 ด้วยไพ่ยิปซี ประจำปี2554
คู่เสริมดวง ปีเสริมดวง นักษัตรเสริมดวง ตามหลักโหราศาสตร์จีน article
ปีชง2554 article
การเสริมดวงร้านค้าตามวันเกิด
ปีชง2554 วิธีแก้ชงปีชง 2554 เสริมดวงชะตา article
ดูดวง 12 ราศีแบบจีน ลักษณะนิสัย



Richystar.com Copyright ©2005-2011 All Rights Reserved. สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ห้ามมิให้ทำการคัดลอก ดัดแปลง หรือ แก้ไข รูปภาพ ตลอดจนบทความ ไปใช้ก่อนได้รับการอนุญาต จากริชชี่สตาร์ ดอด คอม